มากกว่า>>คำแนะนำโพสต์บล็อก Essence
มากกว่า>>ผู้เชี่ยวชาญยอดนิยม

กษัตริย์

สนาม: หยูชิงเน็ต

บทนำ:ส่งผลให้มีราคาดังนี้ เบนซิน ราคา 3766 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล 95 ราคา 3055 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล 91 ราคา 3028 บาท/ลิตร E20 ราคา 2754 บาท/ลิตร E85 ราคา 2159 บาท/ลิตร ดีเซล ราคา 2989 บาท/ลิตร (ราคานี้ยังไม่รวมภาษีท้องที่ของแต่ละจังหวัด)...

เซบาสเตียน

สนาม:หมอดีออนไลน์

บทนำ: หญิงวัย 68 ขับรถบนทางด่วนฉลองรัช รถเกิดเสียจอดไว้ขอบทางด้านซ้ายแล้วลงไปโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากตำรวจทางด่วน ระหว่างนั้น หญิงวัย 34 ปีขับฟอร์จูนเนอร์เลาะไหล่ทางด้วยความเร็วสูงพุ่งชนท้ายรถที่จอด กระแทกหญิงชราตกจากทางด่วนเสียชีวิตอนาถ หลานสาวท้อง 4 เดือนยังโชคดีนั่งในรถได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เช่นเดียวกับผู้หมวดที่ไปช่วยเหลือ เมื่อเวลา 0845 น วันที่ 3 กันยายนนี้ ตำรวจ สนทางด่วน 1 รับแจ้งอุบัติเหตุรถชนกันบนทางพิเศษฉลองรัช หรือทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ขาเข้า มีผู้เสียชีวิต จึงเดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุอยู่ใกล้กับช่วงทางลงสุขุมวิท 50 พบรถยนต์ยี่ห้อเกีย สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ศท 1437 กรุงเทพมหานคร สถาพถูกชนท้ายเสียหายมาก และรถได้พุ่งไปชนรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีบี 500 ทะเบียน 7 ฮ 8462 กรุงเทพฯ ของตำรวจทางด่วน 1 จนล้มลง ส่วนรถต้นเหตุคือรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน 5 กฮ 2035 กรุงเทพฯ ที่ชนท้ายรถยนต์เกีย เจ้าหน้าที่ยังพบด้วยว่า มีผู้ถูกรถชนตกจากทางด่วนลงไปเสียชีวิตที่พื้นถนนด้านล่าง ด้านหน้าอาคาร เดอะ เบสท์ คอนโดมิเนียม ใกล้กับซอยปรีดีพนมยงค์ 2 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา คือ นสธัญญพัทธ์ วิพันธ์พงศ์ อายุ 68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42 ซอยฉันแก้ว แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ สภาพกะโหลกแตก กระดูกตามร่างกายหักหลายแห่ง จากการสอบสวนทราบว่า นสธัญญพัทธ์ขับรถยนต์เกียมาตามเส้นทาง โดยมีหลานสาวซึ่งกำลังตั้งครรภ์นั่งไปด้วย ชื่อ นสเขมณัฐ รุ่งเรืองวิสิทธิ์ อายุ 27 ปี ตั้งครรภ์ประมาณ 4 เดือน แล้วรถเกิดเสียบริเวณจุดเกิดเหตุ นสธัญญพัทธ์จึงจอดรถไว้ที่ขอบทางด้านซ้ายมือ แล้วลงจากรถเเดินไปใช้โทรศัพท์ฉุกเฉินที่ติดตั้งไว้ขอบทางด้านซ้าย แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทางด่วนให้การช่วยเหลือ ซึ่งต่อมา รตตสุพจน์ ชัยนอก อายุ 55 ปี ผบหมู่งานศูนย์ควบคุมจราจร สนทางด่วน 1 ขี่รถจักรยานยนต์ไปช่วยเหลือ โดยจอดรถไว้ด้านหน้ารถยนต์เกีย ระหว่างนั้น นสธัญญพัทธ์ยืนอยู่ข้างรถ ปรากฏว่ารถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ซึ่งขับมาด้วยความเร็วสูง ได้พุ่งชนท้ายรถยนต์เกียเต็มแรง ทำให้รถยนต์เกียไถลไปชนรถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และแรงกระแทกยังทำให้ร่างของ นสธัญญพัทธ์กระเด็นตกจากทางด่วนลงไปยังพื้นถนนด้านล่างเสียชีวิตคาที่ ส่วนหลานสาวที่นั่งอยู่ในรถได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาล ขณะที่ รตตสุพจน์ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่แขนและขาซ้าย สำหรับผู้ที่ผู้ขับรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ เป็นสตรี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ถูกนำส่ง รพสมิติเวช ศรีนครินทร์ ก่อนเจ้าหน้าที่จะสอบปากคำ ทราบว่าชื่อ นสนุชนาฏ พรหมณะ อายุ 34 ปี ชาว ตท่าศาลา อท่าศาลา จนครศรีธรรมราช รตตสุพจน์เปิดเผยว่า รถเกียความร้อนขึ้น จอดในช่องฉุกเฉินริมซ้ายสุด แล้ว นสธัญญพัทธ์ ผู้ตายได้เดินไปโทรศัพท์ โดย รตตสุพจน์ขี่รถสายตรวจออกตรวจตราจราจรมาพบ จึงเลี้ยวรถไปจอดด้านหน้า ไม่ถึง 1 นาที รถฟอร์จูนเนอร์ก็วิ่งมาชนท้ายรถเกีย แล้วกระแทกร่างผู้เสียชีวิตกระเด็นตกออกไปนอกทางด่วน เสียชีวิตทันที รตตสุพจน์เผยด้วยว่า โชคดีที่ตนได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ทั้งนี้ ได้ห้อยพระสมเด็จวัดปากน้ำ รุ่น 6 ที่แม่ชีวัดเขาตะเกียบ หัวหิน จประจวบคีรีขันธ์ ให้ไว้ตั้งแต่ปี 2527 มีรายงานว่า หลังเกิดเหตุได้มีผู้เผยแพร่คลิปภาพวินาทีที่ นสธัญญพันธ์ถูกรถชนแล้วร่วงตกจากทางด่วนลงไปยังด้านล่าง ซึ่งเวลาต่อมา ตำรวจ สนคลองตัน เจ้าของพื้นที่ด้านล่าง ได้นำแพทย์ไปชันสูตรศพ ยังมีข้อมูลจาก สตตศรัณยู แย้มสุนทรา ที่ได้เผยแพร่คลิปจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกนาทีเกิดอุบัติเหตุ พร้อมระบุข้อความว่า ลงไว้ให้ดูเป็นอุทาหรณ์ในการขับขี่รถบนทางด่วน ไม่วิ่งไหล่ทาง ไม่ประมาท ภาพในคลิปเผยให้เห็นรถยนต์เกียที่จอดชิดขอบทางด้านซ้าย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจอดจักรยานยนต์อยู่ด้านหน้าและกำลังให้ความช่วยเหลือ โดยมีหญิงคนขับยืนอยู่ข้างรถ จู่ๆ ได้มีรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ซึ่งวิ่งมาบนขอบทางซ้าย พุ่งเข้าชนรถเกียอย่างแรง ส่งผลให้หญิงที่ยืนอยู่กระเด็นตกลงไปด้านล่างเสียชีวิต เจ้าของคลิประบุว่า หญิงคนขับรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ได้ถูกเจ้าหน้าที่คุมตัวไปสอบปากคำ โดยให้การว่าไม่ทันสังเกตเห็นรถที่จอดเสีย มีรายงานว่า การใช้ทางด่วนในปัจจุบัน โดยเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วน หรือในขณะที่การจราจรติดขัด ผู้ใช้รถส่วนหนึ่งจะพากันวิ่งไปตามไหล่ทางด้านซ้ายซึ่งเป็นเส้นทึบ ทั้งที่ตามกฎหมายแล้วไม่สามารถวิ่งได้ จนกลายเป็นความเคยชิน และก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ที่ออกจากรถไปใช้โทรศัพท์ฉุกเฉินซึ่งติดตั้งอยู่ที่ขอบทางด้านซ้าย

ใบ ตรวจ หวย 1 พฤศจิกายน 2562
xlz | <动态当天时间> | อ่าน(674) | แสดงความคิดเห็น(25)
ลูกากูหวังนักเตะผีใช้เกมชนะเบิร์นลีย์เริ่มต้นกันใหม่ 03 กันยายน พศ 2561 เวลา 20:26 น 【อ่านข้อความเต็ม】
j3n | <动态当天时间> | อ่าน(683) | แสดงความคิดเห็น(531)
การบริหารความเสี่ยง เมื่อเปรียบเทียบสถานการณ์ขณะนี้ กับสถานการณ์ใน ๒๐ ปีที่ผ่านมาในช่วงวิกฤติการเงิน การบริหารความเสี่ยงเปลี่ยนไปอย่างมาก 【อ่านข้อความเต็ม】
jnn | <动态当天时间> | อ่าน(978) | แสดงความคิดเห็น(932)
จีนใจป้ำ เสนอเงินช่วยแอฟริกาอีก 19 ล้านล้านบาท 03 กันยายน พศ 2561 เวลา 21:20 น ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ของจีน ประกาศต่อที่ประชุมสุดยอดกับผู้นำประเทศแอฟริกาที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันจันทร์ว่า การลงทุนของจีนในทวีปนั้น ไม่มีข้อผูกมัดทางการเมืองใดๆ พร้อมให้คำมั่นช่วยเหลือด้านการพัฒนาก้อนใหม่อีก 60,000 ล้านดอลลาร์ (กว่า 196 ล้านล้านบาท)【อ่านข้อความเต็ม】
zz2 | <动态当天时间> | อ่าน(966) | แสดงความคิดเห็น(522)
โผล่ขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งแคนดิเดตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย คนใหม่ เสี่ยพงศ์-ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ เขยหนุ่มชินวัตร สามีเอม-พินทองทา ชินวัตร ลูกสาวคนกลางของทักษิณ ชินวัตร จะเข้ามาสืบทอดอำนาจเก้าอี้ผู้นำพรรค ณัฐพงศ์ โปรไฟล์ดี ความรู้ความสามารถเยี่ยม ไร้บาดแผลการเมือง ตอบโจทย์ตลาดการเมืองจากฝ่ายพ่อตาผู้อยากเห็นการปฏิรูปพรรคไปในทิศทางใหม่ 【อ่านข้อความเต็ม】
tlp | <动态当天时间> | อ่าน(194) | แสดงความคิดเห็น(726)
ซุ่มเก็บตัวทำหน้าที่ประสานสิบทิศมาเสียนาน สำหรับ เสี่ยแฮงค์-อนุชา นาคาศัย แกนนำกลุ่มสามมิตร และอดีต สสชัยนาท ที่คอการเมืองรู้จักกันในฐานะมือขวานายสมศักดิ์ เทพสุทิน และมือซ้ายนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ 【อ่านข้อความเต็ม】
j3j | 2021-04-02 | อ่าน(870) | แสดงความคิดเห็น(562)
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด storagethaipostnet Line ID:@thaipost ต้นสัปดาห์มาก็ เอ๊ะๆๆๆ ทำไมการเมืองที่ จนครราชสีมา จู่ๆ มันก็วุ่นๆ อีนุงตุงนังเรื่อง ซื้อเสียงล่วงหน้า หลังสุดสัปดาห์วันเสาร์ที่ผ่านมา อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย โทรโข่งขาประจำออกมาปูดว่า ในพื้นที่ จนครราชสีมา มีการรวบรวมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านโดยไม่ทราบวัตถุประสงค์ที่แน่ชัด อ้างว่าจะนำไปใช้สมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองที่เป็นเครือข่ายสนับสนุน พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ต่อ 0【อ่านข้อความเต็ม】
rzl | 2021-04-02 | อ่าน(595) | แสดงความคิดเห็น(768)
ศาลเมียนมาสั่งจำคุกคนละ 7 ปีสองนักข่าวรอยเตอร์ขุดคุ้ยฆ่าหมู่ โรฮีนจา ระบุมีความผิดฐานฝ่าฝืนกฎหมายความลับทางราชการ เรียกเสียงประณามจากนานาชาติ-แอมเนสตี้ ชี้เป็นการแทรกแซงและบั่นทอนเสรีภาพสื่อมวลชน จี้ปล่อยตัวอย่างไม่มีเงื่อนไข ขณะที่ 2 นักข่าวหัวเห็ดลั่น! ไม่ได้ทำผิด-ไม่กลัว จับเข้าคุกได้แต่อย่าปิดหูปิดตาประชาชน สำนักข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 3 กันยายน 2561 ศาลแขวงซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของนครย่างกุ้งมีคำพิพากษาคดีที่ได้รับการจับตามองจากทั่วโลก โดยผู้พิพากษา เย ลวิน ตัดสินว่า วา โลน อายุ 32 ปี และจ่อ โซ อู อายุ 28 ปี มีความผิดฐานฝ่าฝืนกฎหมายความลับของทางราชการ มาตรา 31 ซี และตัดสินจำคุกจำเลยทั้งสองรายละ 7 ปี โดยโทษจำคุกจะหักจำนวนวันที่ทั้งคู่โดนคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2561 และจำเลยสามารถอุทธรณ์คำพิพากษาต่อศาลระดับภาคและศาลฎีกาได้ นักข่าวรอยเตอร์ชาวเมียนมา 2 รายนี้ปฏิเสธความผิด โดยให้การต่อศาลว่าพวกเขาโดนจัดฉากจับกุม เนื่องจากพวกเขากำลังสืบเหตุการณ์ฆ่าชาวมุสลิมโรฮีนจา 10 คนในหมู่บ้านอินดิน รัฐยะไข่ เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้วพวกเขาเดินทางไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในนครย่างกุ้ง เพื่อรับประกันอาหารค่ำตามคำเชิญของตำรวจ 2 นาย จากนั้นก็ได้รับมอบเอกสารเหล่านี้ เมื่อพวกเขาออกจากร้านอาหารก็โดนตำรวจเข้าจับกุมทันที ตำรวจนายหนึ่งเคยให้การในฐานะพยานว่า การพบกันที่ร้านอาหารนั้นเป็นการจัดฉากเพื่อวางกับดักนักข่าวคู่นี้ เพื่อขัดขวางหรือลงโทษที่พวกเขารายงานข่าวการฆ่าหมู่ชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่ รอยเตอร์เปิดเผยว่า ภายในห้องพิจารณาคดีเมื่อวันจันทร์ มีผู้เข้าฟังการอ่านคำพิพากษาไม่ต่ำกว่า 50 คน และอีกจำนวนมากรออยู่ด้านนอก ผู้พิพากษาใช้เวลาอ่านสำนวนคำให้การฉบับย่อของพยานเป็นเวลาราว 1 ชั่วโมง ก่อนจะมีคำพิพากษาว่า เอกสารลับ ที่พบอยู่กับจำเลยทั้งสองนั้นเป็นประโยชน์ต่อรัฐข้าศึกศัตรูและองค์กรก่อการร้าย เอกสารที่ทั้งคู่ครอบครองไว้และที่พบในโทรศัพท์ของพวกเขานั้นไม่ใช่ข้อมูลของสาธารณะ ระหว่างที่ผู้พิพากษาอ่านคำตัดสินนั้น นักข่าวหลายคนจดบันทึกทั้งน้ำตา ส่วนนางชิต ซู วิน ภรรยาของจ่อ โซ อู ร้องไห้โฮหลังฟังคำตัดสิน คนในครอบครัวต้องช่วยพยุงเธอตอนออกจากศาล เมื่อถูกนำตัวออกจากศาล จ่อ โซ อู กล่าวกับกองทัพนักข่าวที่รอด้านนอกว่า เขาไม่ได้ทำผิดกฎหมาย และพวกเขาจะต่อสู้เพื่อเสรีภาพต่อไป สิ่งที่ผมอยากบอกต่อรัฐบาลนี้คือ คุณจับพวกเราขังคุกได้ แต่อย่าได้ปิดหูปิดตาประชาชน ด้านวา โลน ได้จับมือกับผู้สนับสนุนหลายคนและบอกพวกเขาว่าไม่ต้องเป็นห่วง เรารู้ว่าเราทำอะไรลงไป เรารู้ว่าเราไม่ได้ทำผิด เราไม่กลัว เราเชื่อในความยุติธรรม ประชาธิปไตย และเสรีภาพ เขากล่าว กลุ่มปกป้องเสรีภาพสื่อ, องค์การสหประชาชาติ, สหภาพยุโรป และอีกหลายประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และออสเตรเลีย ต่างเรียกร้องให้พวกเขาพ้นจากข้อกล่าวหา ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วคณะกรรมการค้นหาข้อเท็จจริงขององค์การสหประชาชาติเพิ่งออกรายงานระบุว่า กองทัพเมียนมาและพวกผู้บัญชาการทหาร ซึ่งรวมถึงพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้รณรงค์ ล้างเผ่าพันธุ์ และ ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ต่อชนกลุ่มน้อยชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่ พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศนำตัวพวกเขามาดำเนินคดีในศาลอาญาระหว่างประเทศ รายงานนี้ยังโจมตีนางอองซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐซึ่งเป็นผู้นำรัฐบาลพลเรือนเมียนมาโดยพฤตินัยด้วยว่า ไม่ใช้อำนาจทางศีลธรรมที่มีในการยืนหยัดต่อสู้เพื่อชนกลุ่มน้อยที่มีสถานะไร้รัฐเหล่านี้ ภายหลังคำตัดสินดังกล่าว นายสตีเฟน เจ แอดเลอร์ บรรณาธิการสำนักข่าวรอยเตอร์ ต้นสังกัดของนายวา โลน และนายจ่อ โซ อู ออกแถลงการณ์ว่า วันนี้เป็นวันที่น่าเศร้าสำหรับเมียนมา สำหรับนักข่าวรอยเตอร์ทั้งสอง และสำหรับเสรีภาพสื่อทุกๆ ที่ ซึ่งข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นเท็จ มีเจตนาเพื่อปกปิดการรายงานข่าวสารและข่มขู่สื่อมวลชน ดังนั้นรัฐบาลเมียนมาควรจะเร่งแก้ไขความผิดพลาดดังกล่าวโดยเร็ว สหภาพยุโรป หรืออียู ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลเมียนมาปล่อยตัวผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวรอยเตอร์ 2 คน ซึ่งเพิ่งถูกตัดสินจำคุกคนละ 7 ปี โดยชี้ว่าคำตัดสินดังกล่าวเป็นการบั่นทอนเสรีภาพสื่อ ปิดกั้นสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลของประชาชน อีกทั้งยังขัดต่อหลักนิติธรรม โดยทางการเมียนมาควรทบทวนคำตัดสินจำคุกใหม่ และปล่อยตัวนักข่าวทั้ง 2 ทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข ขณะที่โฆษกประจำนายกรัฐมนตรี นางเทเรซา เมย์ ได้แสดงจุดยืนในเรื่องนี้ของนายกรัฐมนตรีอังกฤษต่อสื่อมวลชนว่า เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำเมียนมาซึ่งร่วมรับฟังคำพิพากษารู้สึกผิดหวังอย่างยิ่งต่อคำตัดสิน พวกเราจึงขอเรียกร้องให้ทางการเมียนมาปล่อยตัวนักข่าวรอยเตอร์ทั้งสองคนทันที ผู้สื่อข่าวต้องได้รับเสรีภาพในการทำงานโดยไม่มีความหวาดกลัวหรือถูกข่มขู่ ในขณะที่คำตัดสินดังกล่าวถือเป็นการแทรกแซงเสรีภาพของสื่อในเมียนมา โฆษกนายกฯ อังกฤษกล่าว ทางด้าน ทีรานา ฮัสซัน ผู้อำนวยการฝ่ายรับมือภาวะวิกฤติ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยหลังจากที่ศาลกรุงย่างกุ้งพิพากษาว่าสองนักข่าวรอยเตอร์มีความผิด ฐานละเมิดกฎหมายความลับทางราชการของเมียนมา และต้องถูกจำคุกเป็นเวลา 7 ปี ว่า เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจมากจากคำพิพากษาที่เป็นเหตุให้ วา โลน และ จ่อ โซ อู ผู้บริสุทธิ์ทั้งสองคนต้องรับโทษจำคุกเป็นเวลาหลายปี เพียงเพราะเขากล้าตั้งคำถามท้าทายเกี่ยวกับความทารุณโหดร้ายของกองทัพในรัฐยะไข่ แอมเนสตี้เรียกร้องให้ยกเลิกคำตัดสินนี้ และต้องปล่อยตัวนักข่าวทั้งสองคนโดยทันทีและอย่างไม่มีเงื่อนไข คำพิพากษาที่มีแรงจูงใจทางการเมืองส่งผลกระทบอย่างมากต่อเสรีภาพสื่อในเมียนมา เป็นการส่งสัญญาณเตือนอย่างหนักหน่วงต่อผู้สื่อข่าวคนอื่นๆ ในประเทศว่า พวกเขาอาจต้องได้รับผลกรรมร้ายแรงหากให้ความสนใจมากเกินไปกับการปฏิบัติมิชอบของกองทัพ ถือเป็นการทำให้นักข่าวหวาดกลัวและเซ็นเซอร์โดยบังคับ คำพิพากษาในวันนี้ไม่สามารถปกปิดความจริงที่เกิดขึ้นในรัฐยะไข่ได้ ต้องขอบคุณการทำงานที่กล้าหาญของนักข่าวอย่างวา โลน และ จ่อ โซ อู ที่ทำให้โลกได้รับรู้ถึงความทารุณโหดร้ายของกองทัพ แทนที่จะพุ่งเป้าโจมตีผู้สื่อข่าวทั้งสองคน ทางการเมียนมาควรเดินหน้าสอบสวนหาผู้รับผิดชอบต่อการสังหาร การข่มขืนกระทำชำเรา การทรมาน และการเผาบ้านเรือนหลายร้อยหมู่บ้านของชาวโรฮีนจา ทีรานากล่าว ทั้งนี้ วา โลน และ จ่อ โซ อู ถูกจับที่กรุงย่างกุ้ง เมืองเอกของเมียนมา เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2560 โดยพวกเขาอยู่ระหว่างการทำข่าวเชิงสืบสวนปฏิบัติการทางทหารทางตอนเหนือของรัฐยะไข่ ซึ่งเป็นปฏิบัติการที่ถือเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติตามองค์ประกอบกฎหมายระหว่างประเทศ ที่กระทำต่อชาวโรฮีนจา ทั้งการเนรเทศ การสังหารโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย การข่มขืนกระทำชำเรา การทรมาน การเผาบ้านเรือนและหมู่บ้าน ผู้สื่อข่าวทั้งสองคนถูกควบคุมตัวโดยไม่ให้ติดต่อกับโลกภายนอกเป็นเวลาสองสัปดาห์ ก่อนจะถูกส่งตัวมาฝากขังที่เรือนจำอินเส่งในกรุงย่างกุ้ง พระราชบัญญัติความลับทางราชการเป็นหนึ่งในกฎหมายเผด็จการของเมียนมา ซึ่งกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 14 ปี【อ่านข้อความเต็ม】
3rd | 2021-04-02 | อ่าน(15) | แสดงความคิดเห็น(719)
หญิงวัย 68 ขับรถบนทางด่วนฉลองรัช รถเกิดเสียจอดไว้ขอบทางด้านซ้ายแล้วลงไปโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากตำรวจทางด่วน ระหว่างนั้น หญิงวัย 34 ปีขับฟอร์จูนเนอร์เลาะไหล่ทางด้วยความเร็วสูงพุ่งชนท้ายรถที่จอด กระแทกหญิงชราตกจากทางด่วนเสียชีวิตอนาถ หลานสาวท้อง 4 เดือนยังโชคดีนั่งในรถได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เช่นเดียวกับผู้หมวดที่ไปช่วยเหลือ เมื่อเวลา 0845 น วันที่ 3 กันยายนนี้ ตำรวจ สนทางด่วน 1 รับแจ้งอุบัติเหตุรถชนกันบนทางพิเศษฉลองรัช หรือทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ขาเข้า มีผู้เสียชีวิต จึงเดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุอยู่ใกล้กับช่วงทางลงสุขุมวิท 50 พบรถยนต์ยี่ห้อเกีย สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ศท 1437 กรุงเทพมหานคร สถาพถูกชนท้ายเสียหายมาก และรถได้พุ่งไปชนรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีบี 500 ทะเบียน 7 ฮ 8462 กรุงเทพฯ ของตำรวจทางด่วน 1 จนล้มลง ส่วนรถต้นเหตุคือรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน 5 กฮ 2035 กรุงเทพฯ ที่ชนท้ายรถยนต์เกีย เจ้าหน้าที่ยังพบด้วยว่า มีผู้ถูกรถชนตกจากทางด่วนลงไปเสียชีวิตที่พื้นถนนด้านล่าง ด้านหน้าอาคาร เดอะ เบสท์ คอนโดมิเนียม ใกล้กับซอยปรีดีพนมยงค์ 2 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา คือ นสธัญญพัทธ์ วิพันธ์พงศ์ อายุ 68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42 ซอยฉันแก้ว แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ สภาพกะโหลกแตก กระดูกตามร่างกายหักหลายแห่ง จากการสอบสวนทราบว่า นสธัญญพัทธ์ขับรถยนต์เกียมาตามเส้นทาง โดยมีหลานสาวซึ่งกำลังตั้งครรภ์นั่งไปด้วย ชื่อ นสเขมณัฐ รุ่งเรืองวิสิทธิ์ อายุ 27 ปี ตั้งครรภ์ประมาณ 4 เดือน แล้วรถเกิดเสียบริเวณจุดเกิดเหตุ นสธัญญพัทธ์จึงจอดรถไว้ที่ขอบทางด้านซ้ายมือ แล้วลงจากรถเเดินไปใช้โทรศัพท์ฉุกเฉินที่ติดตั้งไว้ขอบทางด้านซ้าย แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทางด่วนให้การช่วยเหลือ ซึ่งต่อมา รตตสุพจน์ ชัยนอก อายุ 55 ปี ผบหมู่งานศูนย์ควบคุมจราจร สนทางด่วน 1 ขี่รถจักรยานยนต์ไปช่วยเหลือ โดยจอดรถไว้ด้านหน้ารถยนต์เกีย ระหว่างนั้น นสธัญญพัทธ์ยืนอยู่ข้างรถ ปรากฏว่ารถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ซึ่งขับมาด้วยความเร็วสูง ได้พุ่งชนท้ายรถยนต์เกียเต็มแรง ทำให้รถยนต์เกียไถลไปชนรถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และแรงกระแทกยังทำให้ร่างของ นสธัญญพัทธ์กระเด็นตกจากทางด่วนลงไปยังพื้นถนนด้านล่างเสียชีวิตคาที่ ส่วนหลานสาวที่นั่งอยู่ในรถได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาล ขณะที่ รตตสุพจน์ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่แขนและขาซ้าย สำหรับผู้ที่ผู้ขับรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ เป็นสตรี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ถูกนำส่ง รพสมิติเวช ศรีนครินทร์ ก่อนเจ้าหน้าที่จะสอบปากคำ ทราบว่าชื่อ นสนุชนาฏ พรหมณะ อายุ 34 ปี ชาว ตท่าศาลา อท่าศาลา จนครศรีธรรมราช รตตสุพจน์เปิดเผยว่า รถเกียความร้อนขึ้น จอดในช่องฉุกเฉินริมซ้ายสุด แล้ว นสธัญญพัทธ์ ผู้ตายได้เดินไปโทรศัพท์ โดย รตตสุพจน์ขี่รถสายตรวจออกตรวจตราจราจรมาพบ จึงเลี้ยวรถไปจอดด้านหน้า ไม่ถึง 1 นาที รถฟอร์จูนเนอร์ก็วิ่งมาชนท้ายรถเกีย แล้วกระแทกร่างผู้เสียชีวิตกระเด็นตกออกไปนอกทางด่วน เสียชีวิตทันที รตตสุพจน์เผยด้วยว่า โชคดีที่ตนได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ทั้งนี้ ได้ห้อยพระสมเด็จวัดปากน้ำ รุ่น 6 ที่แม่ชีวัดเขาตะเกียบ หัวหิน จประจวบคีรีขันธ์ ให้ไว้ตั้งแต่ปี 2527 มีรายงานว่า หลังเกิดเหตุได้มีผู้เผยแพร่คลิปภาพวินาทีที่ นสธัญญพันธ์ถูกรถชนแล้วร่วงตกจากทางด่วนลงไปยังด้านล่าง ซึ่งเวลาต่อมา ตำรวจ สนคลองตัน เจ้าของพื้นที่ด้านล่าง ได้นำแพทย์ไปชันสูตรศพ ยังมีข้อมูลจาก สตตศรัณยู แย้มสุนทรา ที่ได้เผยแพร่คลิปจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกนาทีเกิดอุบัติเหตุ พร้อมระบุข้อความว่า ลงไว้ให้ดูเป็นอุทาหรณ์ในการขับขี่รถบนทางด่วน ไม่วิ่งไหล่ทาง ไม่ประมาท ภาพในคลิปเผยให้เห็นรถยนต์เกียที่จอดชิดขอบทางด้านซ้าย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจอดจักรยานยนต์อยู่ด้านหน้าและกำลังให้ความช่วยเหลือ โดยมีหญิงคนขับยืนอยู่ข้างรถ จู่ๆ ได้มีรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ซึ่งวิ่งมาบนขอบทางซ้าย พุ่งเข้าชนรถเกียอย่างแรง ส่งผลให้หญิงที่ยืนอยู่กระเด็นตกลงไปด้านล่างเสียชีวิต เจ้าของคลิประบุว่า หญิงคนขับรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ได้ถูกเจ้าหน้าที่คุมตัวไปสอบปากคำ โดยให้การว่าไม่ทันสังเกตเห็นรถที่จอดเสีย มีรายงานว่า การใช้ทางด่วนในปัจจุบัน โดยเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วน หรือในขณะที่การจราจรติดขัด ผู้ใช้รถส่วนหนึ่งจะพากันวิ่งไปตามไหล่ทางด้านซ้ายซึ่งเป็นเส้นทึบ ทั้งที่ตามกฎหมายแล้วไม่สามารถวิ่งได้ จนกลายเป็นความเคยชิน และก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ที่ออกจากรถไปใช้โทรศัพท์ฉุกเฉินซึ่งติดตั้งอยู่ที่ขอบทางด้านซ้าย【อ่านข้อความเต็ม】
1rt | 2021-04-02 | อ่าน(994) | แสดงความคิดเห็น(392)
ในขณะที่หลายๆ ประเทศในภูมิภาค เช่น ตุรกี อิหร่าน อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม และ ฯลฯ 【อ่านข้อความเต็ม】
nh1 | 2021-04-01 | อ่าน(69) | แสดงความคิดเห็น(104)
โผล่ขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งแคนดิเดตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย คนใหม่ เสี่ยพงศ์-ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ เขยหนุ่มชินวัตร สามีเอม-พินทองทา ชินวัตร ลูกสาวคนกลางของทักษิณ ชินวัตร จะเข้ามาสืบทอดอำนาจเก้าอี้ผู้นำพรรค ณัฐพงศ์ โปรไฟล์ดี ความรู้ความสามารถเยี่ยม ไร้บาดแผลการเมือง ตอบโจทย์ตลาดการเมืองจากฝ่ายพ่อตาผู้อยากเห็นการปฏิรูปพรรคไปในทิศทางใหม่ 【อ่านข้อความเต็ม】
zbx | 2021-04-01 | อ่าน(447) | แสดงความคิดเห็น(656)
มีส่วนร่วมทำให้ประเทศไทย เด่นสง่า ในสถานการณ์นี้ ท่ามกลางวิกฤติสงคราม การค้า-การเงิน โลก ที่สหรัฐฯ ล้มการใช้ ทองคำ-น้ำมัน ค้ำค่าเงิน 【อ่านข้อความเต็ม】
f1p | 2021-04-01 | อ่าน(498) | แสดงความคิดเห็น(383)
ธอส ยันระบบธุรกรรมออนไลน์ยังปึ๊ก สั่งดูแลใกล้ชิดไม่ให้ล่ม 04 กันยายน พศ 2561 เวลา 09:09 น 【อ่านข้อความเต็ม】
fzv | 2021-04-01 | อ่าน(553) | แสดงความคิดเห็น(559)
ศาลเมียนมาสั่งจำคุกคนละ 7 ปีสองนักข่าวรอยเตอร์ขุดคุ้ยฆ่าหมู่ โรฮีนจา ระบุมีความผิดฐานฝ่าฝืนกฎหมายความลับทางราชการ เรียกเสียงประณามจากนานาชาติ-แอมเนสตี้ ชี้เป็นการแทรกแซงและบั่นทอนเสรีภาพสื่อมวลชน จี้ปล่อยตัวอย่างไม่มีเงื่อนไข ขณะที่ 2 นักข่าวหัวเห็ดลั่น! ไม่ได้ทำผิด-ไม่กลัว จับเข้าคุกได้แต่อย่าปิดหูปิดตาประชาชน สำนักข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 3 กันยายน 2561 ศาลแขวงซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของนครย่างกุ้งมีคำพิพากษาคดีที่ได้รับการจับตามองจากทั่วโลก โดยผู้พิพากษา เย ลวิน ตัดสินว่า วา โลน อายุ 32 ปี และจ่อ โซ อู อายุ 28 ปี มีความผิดฐานฝ่าฝืนกฎหมายความลับของทางราชการ มาตรา 31 ซี และตัดสินจำคุกจำเลยทั้งสองรายละ 7 ปี โดยโทษจำคุกจะหักจำนวนวันที่ทั้งคู่โดนคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2561 และจำเลยสามารถอุทธรณ์คำพิพากษาต่อศาลระดับภาคและศาลฎีกาได้ นักข่าวรอยเตอร์ชาวเมียนมา 2 รายนี้ปฏิเสธความผิด โดยให้การต่อศาลว่าพวกเขาโดนจัดฉากจับกุม เนื่องจากพวกเขากำลังสืบเหตุการณ์ฆ่าชาวมุสลิมโรฮีนจา 10 คนในหมู่บ้านอินดิน รัฐยะไข่ เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้วพวกเขาเดินทางไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในนครย่างกุ้ง เพื่อรับประกันอาหารค่ำตามคำเชิญของตำรวจ 2 นาย จากนั้นก็ได้รับมอบเอกสารเหล่านี้ เมื่อพวกเขาออกจากร้านอาหารก็โดนตำรวจเข้าจับกุมทันที ตำรวจนายหนึ่งเคยให้การในฐานะพยานว่า การพบกันที่ร้านอาหารนั้นเป็นการจัดฉากเพื่อวางกับดักนักข่าวคู่นี้ เพื่อขัดขวางหรือลงโทษที่พวกเขารายงานข่าวการฆ่าหมู่ชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่ รอยเตอร์เปิดเผยว่า ภายในห้องพิจารณาคดีเมื่อวันจันทร์ มีผู้เข้าฟังการอ่านคำพิพากษาไม่ต่ำกว่า 50 คน และอีกจำนวนมากรออยู่ด้านนอก ผู้พิพากษาใช้เวลาอ่านสำนวนคำให้การฉบับย่อของพยานเป็นเวลาราว 1 ชั่วโมง ก่อนจะมีคำพิพากษาว่า เอกสารลับ ที่พบอยู่กับจำเลยทั้งสองนั้นเป็นประโยชน์ต่อรัฐข้าศึกศัตรูและองค์กรก่อการร้าย เอกสารที่ทั้งคู่ครอบครองไว้และที่พบในโทรศัพท์ของพวกเขานั้นไม่ใช่ข้อมูลของสาธารณะ ระหว่างที่ผู้พิพากษาอ่านคำตัดสินนั้น นักข่าวหลายคนจดบันทึกทั้งน้ำตา ส่วนนางชิต ซู วิน ภรรยาของจ่อ โซ อู ร้องไห้โฮหลังฟังคำตัดสิน คนในครอบครัวต้องช่วยพยุงเธอตอนออกจากศาล เมื่อถูกนำตัวออกจากศาล จ่อ โซ อู กล่าวกับกองทัพนักข่าวที่รอด้านนอกว่า เขาไม่ได้ทำผิดกฎหมาย และพวกเขาจะต่อสู้เพื่อเสรีภาพต่อไป สิ่งที่ผมอยากบอกต่อรัฐบาลนี้คือ คุณจับพวกเราขังคุกได้ แต่อย่าได้ปิดหูปิดตาประชาชน ด้านวา โลน ได้จับมือกับผู้สนับสนุนหลายคนและบอกพวกเขาว่าไม่ต้องเป็นห่วง เรารู้ว่าเราทำอะไรลงไป เรารู้ว่าเราไม่ได้ทำผิด เราไม่กลัว เราเชื่อในความยุติธรรม ประชาธิปไตย และเสรีภาพ เขากล่าว กลุ่มปกป้องเสรีภาพสื่อ, องค์การสหประชาชาติ, สหภาพยุโรป และอีกหลายประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และออสเตรเลีย ต่างเรียกร้องให้พวกเขาพ้นจากข้อกล่าวหา ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วคณะกรรมการค้นหาข้อเท็จจริงขององค์การสหประชาชาติเพิ่งออกรายงานระบุว่า กองทัพเมียนมาและพวกผู้บัญชาการทหาร ซึ่งรวมถึงพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้รณรงค์ ล้างเผ่าพันธุ์ และ ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ต่อชนกลุ่มน้อยชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่ พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศนำตัวพวกเขามาดำเนินคดีในศาลอาญาระหว่างประเทศ รายงานนี้ยังโจมตีนางอองซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐซึ่งเป็นผู้นำรัฐบาลพลเรือนเมียนมาโดยพฤตินัยด้วยว่า ไม่ใช้อำนาจทางศีลธรรมที่มีในการยืนหยัดต่อสู้เพื่อชนกลุ่มน้อยที่มีสถานะไร้รัฐเหล่านี้ ภายหลังคำตัดสินดังกล่าว นายสตีเฟน เจ แอดเลอร์ บรรณาธิการสำนักข่าวรอยเตอร์ ต้นสังกัดของนายวา โลน และนายจ่อ โซ อู ออกแถลงการณ์ว่า วันนี้เป็นวันที่น่าเศร้าสำหรับเมียนมา สำหรับนักข่าวรอยเตอร์ทั้งสอง และสำหรับเสรีภาพสื่อทุกๆ ที่ ซึ่งข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นเท็จ มีเจตนาเพื่อปกปิดการรายงานข่าวสารและข่มขู่สื่อมวลชน ดังนั้นรัฐบาลเมียนมาควรจะเร่งแก้ไขความผิดพลาดดังกล่าวโดยเร็ว สหภาพยุโรป หรืออียู ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลเมียนมาปล่อยตัวผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวรอยเตอร์ 2 คน ซึ่งเพิ่งถูกตัดสินจำคุกคนละ 7 ปี โดยชี้ว่าคำตัดสินดังกล่าวเป็นการบั่นทอนเสรีภาพสื่อ ปิดกั้นสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลของประชาชน อีกทั้งยังขัดต่อหลักนิติธรรม โดยทางการเมียนมาควรทบทวนคำตัดสินจำคุกใหม่ และปล่อยตัวนักข่าวทั้ง 2 ทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข ขณะที่โฆษกประจำนายกรัฐมนตรี นางเทเรซา เมย์ ได้แสดงจุดยืนในเรื่องนี้ของนายกรัฐมนตรีอังกฤษต่อสื่อมวลชนว่า เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำเมียนมาซึ่งร่วมรับฟังคำพิพากษารู้สึกผิดหวังอย่างยิ่งต่อคำตัดสิน พวกเราจึงขอเรียกร้องให้ทางการเมียนมาปล่อยตัวนักข่าวรอยเตอร์ทั้งสองคนทันที ผู้สื่อข่าวต้องได้รับเสรีภาพในการทำงานโดยไม่มีความหวาดกลัวหรือถูกข่มขู่ ในขณะที่คำตัดสินดังกล่าวถือเป็นการแทรกแซงเสรีภาพของสื่อในเมียนมา โฆษกนายกฯ อังกฤษกล่าว ทางด้าน ทีรานา ฮัสซัน ผู้อำนวยการฝ่ายรับมือภาวะวิกฤติ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยหลังจากที่ศาลกรุงย่างกุ้งพิพากษาว่าสองนักข่าวรอยเตอร์มีความผิด ฐานละเมิดกฎหมายความลับทางราชการของเมียนมา และต้องถูกจำคุกเป็นเวลา 7 ปี ว่า เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจมากจากคำพิพากษาที่เป็นเหตุให้ วา โลน และ จ่อ โซ อู ผู้บริสุทธิ์ทั้งสองคนต้องรับโทษจำคุกเป็นเวลาหลายปี เพียงเพราะเขากล้าตั้งคำถามท้าทายเกี่ยวกับความทารุณโหดร้ายของกองทัพในรัฐยะไข่ แอมเนสตี้เรียกร้องให้ยกเลิกคำตัดสินนี้ และต้องปล่อยตัวนักข่าวทั้งสองคนโดยทันทีและอย่างไม่มีเงื่อนไข คำพิพากษาที่มีแรงจูงใจทางการเมืองส่งผลกระทบอย่างมากต่อเสรีภาพสื่อในเมียนมา เป็นการส่งสัญญาณเตือนอย่างหนักหน่วงต่อผู้สื่อข่าวคนอื่นๆ ในประเทศว่า พวกเขาอาจต้องได้รับผลกรรมร้ายแรงหากให้ความสนใจมากเกินไปกับการปฏิบัติมิชอบของกองทัพ ถือเป็นการทำให้นักข่าวหวาดกลัวและเซ็นเซอร์โดยบังคับ คำพิพากษาในวันนี้ไม่สามารถปกปิดความจริงที่เกิดขึ้นในรัฐยะไข่ได้ ต้องขอบคุณการทำงานที่กล้าหาญของนักข่าวอย่างวา โลน และ จ่อ โซ อู ที่ทำให้โลกได้รับรู้ถึงความทารุณโหดร้ายของกองทัพ แทนที่จะพุ่งเป้าโจมตีผู้สื่อข่าวทั้งสองคน ทางการเมียนมาควรเดินหน้าสอบสวนหาผู้รับผิดชอบต่อการสังหาร การข่มขืนกระทำชำเรา การทรมาน และการเผาบ้านเรือนหลายร้อยหมู่บ้านของชาวโรฮีนจา ทีรานากล่าว ทั้งนี้ วา โลน และ จ่อ โซ อู ถูกจับที่กรุงย่างกุ้ง เมืองเอกของเมียนมา เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2560 โดยพวกเขาอยู่ระหว่างการทำข่าวเชิงสืบสวนปฏิบัติการทางทหารทางตอนเหนือของรัฐยะไข่ ซึ่งเป็นปฏิบัติการที่ถือเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติตามองค์ประกอบกฎหมายระหว่างประเทศ ที่กระทำต่อชาวโรฮีนจา ทั้งการเนรเทศ การสังหารโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย การข่มขืนกระทำชำเรา การทรมาน การเผาบ้านเรือนและหมู่บ้าน ผู้สื่อข่าวทั้งสองคนถูกควบคุมตัวโดยไม่ให้ติดต่อกับโลกภายนอกเป็นเวลาสองสัปดาห์ ก่อนจะถูกส่งตัวมาฝากขังที่เรือนจำอินเส่งในกรุงย่างกุ้ง พระราชบัญญัติความลับทางราชการเป็นหนึ่งในกฎหมายเผด็จการของเมียนมา ซึ่งกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 14 ปี【อ่านข้อความเต็ม】
1ht | 2021-03-31 | อ่าน(544) | แสดงความคิดเห็น(132)
ศาลเมียนมาสั่งจำคุกคนละ 7 ปีสองนักข่าวรอยเตอร์ขุดคุ้ยฆ่าหมู่ โรฮีนจา ระบุมีความผิดฐานฝ่าฝืนกฎหมายความลับทางราชการ เรียกเสียงประณามจากนานาชาติ-แอมเนสตี้ ชี้เป็นการแทรกแซงและบั่นทอนเสรีภาพสื่อมวลชน จี้ปล่อยตัวอย่างไม่มีเงื่อนไข ขณะที่ 2 นักข่าวหัวเห็ดลั่น! ไม่ได้ทำผิด-ไม่กลัว จับเข้าคุกได้แต่อย่าปิดหูปิดตาประชาชน สำนักข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 3 กันยายน 2561 ศาลแขวงซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของนครย่างกุ้งมีคำพิพากษาคดีที่ได้รับการจับตามองจากทั่วโลก โดยผู้พิพากษา เย ลวิน ตัดสินว่า วา โลน อายุ 32 ปี และจ่อ โซ อู อายุ 28 ปี มีความผิดฐานฝ่าฝืนกฎหมายความลับของทางราชการ มาตรา 31 ซี และตัดสินจำคุกจำเลยทั้งสองรายละ 7 ปี โดยโทษจำคุกจะหักจำนวนวันที่ทั้งคู่โดนคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2561 และจำเลยสามารถอุทธรณ์คำพิพากษาต่อศาลระดับภาคและศาลฎีกาได้ นักข่าวรอยเตอร์ชาวเมียนมา 2 รายนี้ปฏิเสธความผิด โดยให้การต่อศาลว่าพวกเขาโดนจัดฉากจับกุม เนื่องจากพวกเขากำลังสืบเหตุการณ์ฆ่าชาวมุสลิมโรฮีนจา 10 คนในหมู่บ้านอินดิน รัฐยะไข่ เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้วพวกเขาเดินทางไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในนครย่างกุ้ง เพื่อรับประกันอาหารค่ำตามคำเชิญของตำรวจ 2 นาย จากนั้นก็ได้รับมอบเอกสารเหล่านี้ เมื่อพวกเขาออกจากร้านอาหารก็โดนตำรวจเข้าจับกุมทันที ตำรวจนายหนึ่งเคยให้การในฐานะพยานว่า การพบกันที่ร้านอาหารนั้นเป็นการจัดฉากเพื่อวางกับดักนักข่าวคู่นี้ เพื่อขัดขวางหรือลงโทษที่พวกเขารายงานข่าวการฆ่าหมู่ชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่ รอยเตอร์เปิดเผยว่า ภายในห้องพิจารณาคดีเมื่อวันจันทร์ มีผู้เข้าฟังการอ่านคำพิพากษาไม่ต่ำกว่า 50 คน และอีกจำนวนมากรออยู่ด้านนอก ผู้พิพากษาใช้เวลาอ่านสำนวนคำให้การฉบับย่อของพยานเป็นเวลาราว 1 ชั่วโมง ก่อนจะมีคำพิพากษาว่า เอกสารลับ ที่พบอยู่กับจำเลยทั้งสองนั้นเป็นประโยชน์ต่อรัฐข้าศึกศัตรูและองค์กรก่อการร้าย เอกสารที่ทั้งคู่ครอบครองไว้และที่พบในโทรศัพท์ของพวกเขานั้นไม่ใช่ข้อมูลของสาธารณะ ระหว่างที่ผู้พิพากษาอ่านคำตัดสินนั้น นักข่าวหลายคนจดบันทึกทั้งน้ำตา ส่วนนางชิต ซู วิน ภรรยาของจ่อ โซ อู ร้องไห้โฮหลังฟังคำตัดสิน คนในครอบครัวต้องช่วยพยุงเธอตอนออกจากศาล เมื่อถูกนำตัวออกจากศาล จ่อ โซ อู กล่าวกับกองทัพนักข่าวที่รอด้านนอกว่า เขาไม่ได้ทำผิดกฎหมาย และพวกเขาจะต่อสู้เพื่อเสรีภาพต่อไป สิ่งที่ผมอยากบอกต่อรัฐบาลนี้คือ คุณจับพวกเราขังคุกได้ แต่อย่าได้ปิดหูปิดตาประชาชน ด้านวา โลน ได้จับมือกับผู้สนับสนุนหลายคนและบอกพวกเขาว่าไม่ต้องเป็นห่วง เรารู้ว่าเราทำอะไรลงไป เรารู้ว่าเราไม่ได้ทำผิด เราไม่กลัว เราเชื่อในความยุติธรรม ประชาธิปไตย และเสรีภาพ เขากล่าว กลุ่มปกป้องเสรีภาพสื่อ, องค์การสหประชาชาติ, สหภาพยุโรป และอีกหลายประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และออสเตรเลีย ต่างเรียกร้องให้พวกเขาพ้นจากข้อกล่าวหา ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วคณะกรรมการค้นหาข้อเท็จจริงขององค์การสหประชาชาติเพิ่งออกรายงานระบุว่า กองทัพเมียนมาและพวกผู้บัญชาการทหาร ซึ่งรวมถึงพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้รณรงค์ ล้างเผ่าพันธุ์ และ ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ต่อชนกลุ่มน้อยชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่ พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศนำตัวพวกเขามาดำเนินคดีในศาลอาญาระหว่างประเทศ รายงานนี้ยังโจมตีนางอองซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐซึ่งเป็นผู้นำรัฐบาลพลเรือนเมียนมาโดยพฤตินัยด้วยว่า ไม่ใช้อำนาจทางศีลธรรมที่มีในการยืนหยัดต่อสู้เพื่อชนกลุ่มน้อยที่มีสถานะไร้รัฐเหล่านี้ ภายหลังคำตัดสินดังกล่าว นายสตีเฟน เจ แอดเลอร์ บรรณาธิการสำนักข่าวรอยเตอร์ ต้นสังกัดของนายวา โลน และนายจ่อ โซ อู ออกแถลงการณ์ว่า วันนี้เป็นวันที่น่าเศร้าสำหรับเมียนมา สำหรับนักข่าวรอยเตอร์ทั้งสอง และสำหรับเสรีภาพสื่อทุกๆ ที่ ซึ่งข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นเท็จ มีเจตนาเพื่อปกปิดการรายงานข่าวสารและข่มขู่สื่อมวลชน ดังนั้นรัฐบาลเมียนมาควรจะเร่งแก้ไขความผิดพลาดดังกล่าวโดยเร็ว สหภาพยุโรป หรืออียู ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลเมียนมาปล่อยตัวผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวรอยเตอร์ 2 คน ซึ่งเพิ่งถูกตัดสินจำคุกคนละ 7 ปี โดยชี้ว่าคำตัดสินดังกล่าวเป็นการบั่นทอนเสรีภาพสื่อ ปิดกั้นสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลของประชาชน อีกทั้งยังขัดต่อหลักนิติธรรม โดยทางการเมียนมาควรทบทวนคำตัดสินจำคุกใหม่ และปล่อยตัวนักข่าวทั้ง 2 ทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข ขณะที่โฆษกประจำนายกรัฐมนตรี นางเทเรซา เมย์ ได้แสดงจุดยืนในเรื่องนี้ของนายกรัฐมนตรีอังกฤษต่อสื่อมวลชนว่า เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำเมียนมาซึ่งร่วมรับฟังคำพิพากษารู้สึกผิดหวังอย่างยิ่งต่อคำตัดสิน พวกเราจึงขอเรียกร้องให้ทางการเมียนมาปล่อยตัวนักข่าวรอยเตอร์ทั้งสองคนทันที ผู้สื่อข่าวต้องได้รับเสรีภาพในการทำงานโดยไม่มีความหวาดกลัวหรือถูกข่มขู่ ในขณะที่คำตัดสินดังกล่าวถือเป็นการแทรกแซงเสรีภาพของสื่อในเมียนมา โฆษกนายกฯ อังกฤษกล่าว ทางด้าน ทีรานา ฮัสซัน ผู้อำนวยการฝ่ายรับมือภาวะวิกฤติ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยหลังจากที่ศาลกรุงย่างกุ้งพิพากษาว่าสองนักข่าวรอยเตอร์มีความผิด ฐานละเมิดกฎหมายความลับทางราชการของเมียนมา และต้องถูกจำคุกเป็นเวลา 7 ปี ว่า เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจมากจากคำพิพากษาที่เป็นเหตุให้ วา โลน และ จ่อ โซ อู ผู้บริสุทธิ์ทั้งสองคนต้องรับโทษจำคุกเป็นเวลาหลายปี เพียงเพราะเขากล้าตั้งคำถามท้าทายเกี่ยวกับความทารุณโหดร้ายของกองทัพในรัฐยะไข่ แอมเนสตี้เรียกร้องให้ยกเลิกคำตัดสินนี้ และต้องปล่อยตัวนักข่าวทั้งสองคนโดยทันทีและอย่างไม่มีเงื่อนไข คำพิพากษาที่มีแรงจูงใจทางการเมืองส่งผลกระทบอย่างมากต่อเสรีภาพสื่อในเมียนมา เป็นการส่งสัญญาณเตือนอย่างหนักหน่วงต่อผู้สื่อข่าวคนอื่นๆ ในประเทศว่า พวกเขาอาจต้องได้รับผลกรรมร้ายแรงหากให้ความสนใจมากเกินไปกับการปฏิบัติมิชอบของกองทัพ ถือเป็นการทำให้นักข่าวหวาดกลัวและเซ็นเซอร์โดยบังคับ คำพิพากษาในวันนี้ไม่สามารถปกปิดความจริงที่เกิดขึ้นในรัฐยะไข่ได้ ต้องขอบคุณการทำงานที่กล้าหาญของนักข่าวอย่างวา โลน และ จ่อ โซ อู ที่ทำให้โลกได้รับรู้ถึงความทารุณโหดร้ายของกองทัพ แทนที่จะพุ่งเป้าโจมตีผู้สื่อข่าวทั้งสองคน ทางการเมียนมาควรเดินหน้าสอบสวนหาผู้รับผิดชอบต่อการสังหาร การข่มขืนกระทำชำเรา การทรมาน และการเผาบ้านเรือนหลายร้อยหมู่บ้านของชาวโรฮีนจา ทีรานากล่าว ทั้งนี้ วา โลน และ จ่อ โซ อู ถูกจับที่กรุงย่างกุ้ง เมืองเอกของเมียนมา เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2560 โดยพวกเขาอยู่ระหว่างการทำข่าวเชิงสืบสวนปฏิบัติการทางทหารทางตอนเหนือของรัฐยะไข่ ซึ่งเป็นปฏิบัติการที่ถือเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติตามองค์ประกอบกฎหมายระหว่างประเทศ ที่กระทำต่อชาวโรฮีนจา ทั้งการเนรเทศ การสังหารโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย การข่มขืนกระทำชำเรา การทรมาน การเผาบ้านเรือนและหมู่บ้าน ผู้สื่อข่าวทั้งสองคนถูกควบคุมตัวโดยไม่ให้ติดต่อกับโลกภายนอกเป็นเวลาสองสัปดาห์ ก่อนจะถูกส่งตัวมาฝากขังที่เรือนจำอินเส่งในกรุงย่างกุ้ง พระราชบัญญัติความลับทางราชการเป็นหนึ่งในกฎหมายเผด็จการของเมียนมา ซึ่งกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 14 ปี【อ่านข้อความเต็ม】
ph2 | 2021-03-31 | อ่าน(87) | แสดงความคิดเห็น(204)
ศาลเมียนมาสั่งจำคุกคนละ 7 ปีสองนักข่าวรอยเตอร์ขุดคุ้ยฆ่าหมู่ โรฮีนจา ระบุมีความผิดฐานฝ่าฝืนกฎหมายความลับทางราชการ เรียกเสียงประณามจากนานาชาติ-แอมเนสตี้ ชี้เป็นการแทรกแซงและบั่นทอนเสรีภาพสื่อมวลชน จี้ปล่อยตัวอย่างไม่มีเงื่อนไข ขณะที่ 2 นักข่าวหัวเห็ดลั่น! ไม่ได้ทำผิด-ไม่กลัว จับเข้าคุกได้แต่อย่าปิดหูปิดตาประชาชน สำนักข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 3 กันยายน 2561 ศาลแขวงซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของนครย่างกุ้งมีคำพิพากษาคดีที่ได้รับการจับตามองจากทั่วโลก โดยผู้พิพากษา เย ลวิน ตัดสินว่า วา โลน อายุ 32 ปี และจ่อ โซ อู อายุ 28 ปี มีความผิดฐานฝ่าฝืนกฎหมายความลับของทางราชการ มาตรา 31 ซี และตัดสินจำคุกจำเลยทั้งสองรายละ 7 ปี โดยโทษจำคุกจะหักจำนวนวันที่ทั้งคู่โดนคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2561 และจำเลยสามารถอุทธรณ์คำพิพากษาต่อศาลระดับภาคและศาลฎีกาได้ นักข่าวรอยเตอร์ชาวเมียนมา 2 รายนี้ปฏิเสธความผิด โดยให้การต่อศาลว่าพวกเขาโดนจัดฉากจับกุม เนื่องจากพวกเขากำลังสืบเหตุการณ์ฆ่าชาวมุสลิมโรฮีนจา 10 คนในหมู่บ้านอินดิน รัฐยะไข่ เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้วพวกเขาเดินทางไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในนครย่างกุ้ง เพื่อรับประกันอาหารค่ำตามคำเชิญของตำรวจ 2 นาย จากนั้นก็ได้รับมอบเอกสารเหล่านี้ เมื่อพวกเขาออกจากร้านอาหารก็โดนตำรวจเข้าจับกุมทันที ตำรวจนายหนึ่งเคยให้การในฐานะพยานว่า การพบกันที่ร้านอาหารนั้นเป็นการจัดฉากเพื่อวางกับดักนักข่าวคู่นี้ เพื่อขัดขวางหรือลงโทษที่พวกเขารายงานข่าวการฆ่าหมู่ชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่ รอยเตอร์เปิดเผยว่า ภายในห้องพิจารณาคดีเมื่อวันจันทร์ มีผู้เข้าฟังการอ่านคำพิพากษาไม่ต่ำกว่า 50 คน และอีกจำนวนมากรออยู่ด้านนอก ผู้พิพากษาใช้เวลาอ่านสำนวนคำให้การฉบับย่อของพยานเป็นเวลาราว 1 ชั่วโมง ก่อนจะมีคำพิพากษาว่า เอกสารลับ ที่พบอยู่กับจำเลยทั้งสองนั้นเป็นประโยชน์ต่อรัฐข้าศึกศัตรูและองค์กรก่อการร้าย เอกสารที่ทั้งคู่ครอบครองไว้และที่พบในโทรศัพท์ของพวกเขานั้นไม่ใช่ข้อมูลของสาธารณะ ระหว่างที่ผู้พิพากษาอ่านคำตัดสินนั้น นักข่าวหลายคนจดบันทึกทั้งน้ำตา ส่วนนางชิต ซู วิน ภรรยาของจ่อ โซ อู ร้องไห้โฮหลังฟังคำตัดสิน คนในครอบครัวต้องช่วยพยุงเธอตอนออกจากศาล เมื่อถูกนำตัวออกจากศาล จ่อ โซ อู กล่าวกับกองทัพนักข่าวที่รอด้านนอกว่า เขาไม่ได้ทำผิดกฎหมาย และพวกเขาจะต่อสู้เพื่อเสรีภาพต่อไป สิ่งที่ผมอยากบอกต่อรัฐบาลนี้คือ คุณจับพวกเราขังคุกได้ แต่อย่าได้ปิดหูปิดตาประชาชน ด้านวา โลน ได้จับมือกับผู้สนับสนุนหลายคนและบอกพวกเขาว่าไม่ต้องเป็นห่วง เรารู้ว่าเราทำอะไรลงไป เรารู้ว่าเราไม่ได้ทำผิด เราไม่กลัว เราเชื่อในความยุติธรรม ประชาธิปไตย และเสรีภาพ เขากล่าว กลุ่มปกป้องเสรีภาพสื่อ, องค์การสหประชาชาติ, สหภาพยุโรป และอีกหลายประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และออสเตรเลีย ต่างเรียกร้องให้พวกเขาพ้นจากข้อกล่าวหา ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วคณะกรรมการค้นหาข้อเท็จจริงขององค์การสหประชาชาติเพิ่งออกรายงานระบุว่า กองทัพเมียนมาและพวกผู้บัญชาการทหาร ซึ่งรวมถึงพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้รณรงค์ ล้างเผ่าพันธุ์ และ ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ต่อชนกลุ่มน้อยชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่ พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศนำตัวพวกเขามาดำเนินคดีในศาลอาญาระหว่างประเทศ รายงานนี้ยังโจมตีนางอองซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐซึ่งเป็นผู้นำรัฐบาลพลเรือนเมียนมาโดยพฤตินัยด้วยว่า ไม่ใช้อำนาจทางศีลธรรมที่มีในการยืนหยัดต่อสู้เพื่อชนกลุ่มน้อยที่มีสถานะไร้รัฐเหล่านี้ ภายหลังคำตัดสินดังกล่าว นายสตีเฟน เจ แอดเลอร์ บรรณาธิการสำนักข่าวรอยเตอร์ ต้นสังกัดของนายวา โลน และนายจ่อ โซ อู ออกแถลงการณ์ว่า วันนี้เป็นวันที่น่าเศร้าสำหรับเมียนมา สำหรับนักข่าวรอยเตอร์ทั้งสอง และสำหรับเสรีภาพสื่อทุกๆ ที่ ซึ่งข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นเท็จ มีเจตนาเพื่อปกปิดการรายงานข่าวสารและข่มขู่สื่อมวลชน ดังนั้นรัฐบาลเมียนมาควรจะเร่งแก้ไขความผิดพลาดดังกล่าวโดยเร็ว สหภาพยุโรป หรืออียู ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลเมียนมาปล่อยตัวผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวรอยเตอร์ 2 คน ซึ่งเพิ่งถูกตัดสินจำคุกคนละ 7 ปี โดยชี้ว่าคำตัดสินดังกล่าวเป็นการบั่นทอนเสรีภาพสื่อ ปิดกั้นสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลของประชาชน อีกทั้งยังขัดต่อหลักนิติธรรม โดยทางการเมียนมาควรทบทวนคำตัดสินจำคุกใหม่ และปล่อยตัวนักข่าวทั้ง 2 ทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข ขณะที่โฆษกประจำนายกรัฐมนตรี นางเทเรซา เมย์ ได้แสดงจุดยืนในเรื่องนี้ของนายกรัฐมนตรีอังกฤษต่อสื่อมวลชนว่า เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำเมียนมาซึ่งร่วมรับฟังคำพิพากษารู้สึกผิดหวังอย่างยิ่งต่อคำตัดสิน พวกเราจึงขอเรียกร้องให้ทางการเมียนมาปล่อยตัวนักข่าวรอยเตอร์ทั้งสองคนทันที ผู้สื่อข่าวต้องได้รับเสรีภาพในการทำงานโดยไม่มีความหวาดกลัวหรือถูกข่มขู่ ในขณะที่คำตัดสินดังกล่าวถือเป็นการแทรกแซงเสรีภาพของสื่อในเมียนมา โฆษกนายกฯ อังกฤษกล่าว ทางด้าน ทีรานา ฮัสซัน ผู้อำนวยการฝ่ายรับมือภาวะวิกฤติ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยหลังจากที่ศาลกรุงย่างกุ้งพิพากษาว่าสองนักข่าวรอยเตอร์มีความผิด ฐานละเมิดกฎหมายความลับทางราชการของเมียนมา และต้องถูกจำคุกเป็นเวลา 7 ปี ว่า เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจมากจากคำพิพากษาที่เป็นเหตุให้ วา โลน และ จ่อ โซ อู ผู้บริสุทธิ์ทั้งสองคนต้องรับโทษจำคุกเป็นเวลาหลายปี เพียงเพราะเขากล้าตั้งคำถามท้าทายเกี่ยวกับความทารุณโหดร้ายของกองทัพในรัฐยะไข่ แอมเนสตี้เรียกร้องให้ยกเลิกคำตัดสินนี้ และต้องปล่อยตัวนักข่าวทั้งสองคนโดยทันทีและอย่างไม่มีเงื่อนไข คำพิพากษาที่มีแรงจูงใจทางการเมืองส่งผลกระทบอย่างมากต่อเสรีภาพสื่อในเมียนมา เป็นการส่งสัญญาณเตือนอย่างหนักหน่วงต่อผู้สื่อข่าวคนอื่นๆ ในประเทศว่า พวกเขาอาจต้องได้รับผลกรรมร้ายแรงหากให้ความสนใจมากเกินไปกับการปฏิบัติมิชอบของกองทัพ ถือเป็นการทำให้นักข่าวหวาดกลัวและเซ็นเซอร์โดยบังคับ คำพิพากษาในวันนี้ไม่สามารถปกปิดความจริงที่เกิดขึ้นในรัฐยะไข่ได้ ต้องขอบคุณการทำงานที่กล้าหาญของนักข่าวอย่างวา โลน และ จ่อ โซ อู ที่ทำให้โลกได้รับรู้ถึงความทารุณโหดร้ายของกองทัพ แทนที่จะพุ่งเป้าโจมตีผู้สื่อข่าวทั้งสองคน ทางการเมียนมาควรเดินหน้าสอบสวนหาผู้รับผิดชอบต่อการสังหาร การข่มขืนกระทำชำเรา การทรมาน และการเผาบ้านเรือนหลายร้อยหมู่บ้านของชาวโรฮีนจา ทีรานากล่าว ทั้งนี้ วา โลน และ จ่อ โซ อู ถูกจับที่กรุงย่างกุ้ง เมืองเอกของเมียนมา เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2560 โดยพวกเขาอยู่ระหว่างการทำข่าวเชิงสืบสวนปฏิบัติการทางทหารทางตอนเหนือของรัฐยะไข่ ซึ่งเป็นปฏิบัติการที่ถือเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติตามองค์ประกอบกฎหมายระหว่างประเทศ ที่กระทำต่อชาวโรฮีนจา ทั้งการเนรเทศ การสังหารโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย การข่มขืนกระทำชำเรา การทรมาน การเผาบ้านเรือนและหมู่บ้าน ผู้สื่อข่าวทั้งสองคนถูกควบคุมตัวโดยไม่ให้ติดต่อกับโลกภายนอกเป็นเวลาสองสัปดาห์ ก่อนจะถูกส่งตัวมาฝากขังที่เรือนจำอินเส่งในกรุงย่างกุ้ง พระราชบัญญัติความลับทางราชการเป็นหนึ่งในกฎหมายเผด็จการของเมียนมา ซึ่งกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 14 ปี【อ่านข้อความเต็ม】
5 หน้า

ลิงค์ที่เป็นมิตรเวลาปัจจุบัน:2021-06-15

ผล สลากกินแบ่ง รัฐบาล งวด 16 มีนาคม 2563| ตรวจ ลอตเตอรี่ งวด ประจำ วัน ที่ 1 ธันวาคม 2562| ตรวจ สลากกินแบ่ง รัฐบาล 16 มีนาคม 2563| ตรวจ หวย 16 ธันวาคม 63| ตรวจ หวย 1 มี 2563| 16 พฤษภาคม 2563 ตรวจ หวย| ตรวจ หวย รัฐบาล สลากกินแบ่ง| ตรวจ ลอตเตอรี่ 30 ธันวาคม 61| ตรวจ หวย 1 6 มีนาคม 63| ตรวจ ตรวจ หวย| บา คา ร่า 350| ตรวจ ลอตเตอรี่ วัน ที่ 16 มิถุนายน| สลากกินแบ่ง รัฐบาล 16 ธันวาคม| ตรวจ ลอตเตอรี่ 16 กุมภาพันธ์ 2563| ตรวจ สลากกินแบ่ง รัฐบาล 16 กุมภาพันธ์ 2563| viewbet24 pantip| ตรวจ ลอตเตอรี่ วัน ที่ 16 มิถุนายน 2562| ตรวจ ลอตเตอรี่ งวด ที่ 16 กันยายน 2563| สลาก ตรวจ สลากกินแบ่ง รัฐบาล| แอ พ บา คา ร่า ออนไลน์| ต ร จ หวย วัน ที่ 1 กรกฎาคม 63| sagame911| ตรวจ หมายเลข ลอตเตอรี่| ตรวจ หวย 1 มิถุนายน 2563| ตรวจ ลอตเตอรี่ งวด 16 มิถุนายน 63| ตรวจ หวย วัน ที่ 16 เมษายน| ตรวจ หวย วัน ที 1 กันยายน 2563| บา คา ร่า ออนไลน์ 911| ลอตเตอรี่ 16 พฤศจิกายน 2562| ตรวจ ลอตเตอรี่ งวด ประจำ วัน ที่ 16 สิงหาคม| ลอตเตอรี่ 16 สิงหาคม| gclub ฟรี เครดิต 2020| ผล ลอตเตอรี่ ย้อน หลัง| ลอตเตอรี่ สนุก| ตรวจ สลากกินแบ่ง รัฐบาล วัน ที่ 15 กรกฎาคม 2562| สลาก กิน 16 พฤษภาคม 2563| ตรวจ หวย 16 ก ย 63 กรอก ตัวเลข| ตรวจ หวย งวด 1 กรกฎาคม 63| ตรวจ หวย รัฐบาล 1 ก พ 63| ตรวจ สลากกินแบ่ง รัฐบาล งวด ที่ 1 กรกฎาคม| ตรวจ หวย วัน ที่ 1 ตุลาคม 62| ข่าว ด่วน กีฬา| ตรวจ สลากกินแบ่ง รัฐบาล 16 พฤศจิกายน 2563| ผล ลอตเตอรี่ 1 กันยายน 2563| ตรวจ สลาก งวด 1 กุมภาพันธ์ 63| ตรวจ หวย รัฐบาล แบบ กรอก ตัวเลข| ตรวจ สลาก งวด 1 มิถุนายน 63| ตรวจ หวย งวด ที่ 1 กรกฎาคม 63| ตรวจ หวย รัฐบาล งวด วัน ที่ 16 ธันวาคม| ตรวจ สลาก งวด ปัจจุบัน| ลอตเตอรี่ ใบ เล็ก| gclub บา คา ร่า| ตรวจ สลากกินแบ่ง 16 ก พ 63| ตรวจ สลากกินแบ่ง รัฐบาล งวด ที่ 1 กรกฎาคม| ตรวจ หวย งวด ที่ 16 ธันวาคม| l สยาม กีฬา| ตรวจ หวย งวด ที่ 1 เมษายน| โอ เค ลอตเตอรี่ 1 7 63| บา คา ร่า fun888| ตรวจ หวย งวด ประจำ วัน ที่ 16 กรกฎาคม| ตรวจ ลอตเตอรี่ งวด ประจำ วัน ที่ 17 มกราคม 63| ยิง ปลา โจ๊ก เกอร์| ตรวจ สลาก งวด วัน ที่ 1 เมษายน 2563| ยิง ปลา 1 บาท| ตรวจ หวย ที่ 17 มกราคม 2563| ตรวจ ลอตเตอรี่ 16 มกราคม 2562| สลากกินแบ่ง รัฐบาล 1 มีนาคม 2563| ใบ ตรวจ หวย ทันใจ| บา คา 1688| ตรวจ หวย วัน นี้ 17 ม ค 63| ยิง ปลา 918kiss| บอล ข่าว| สลาก 16 กุมภาพันธ์ 2563| ตรวจ ลอตเตอรี่ วัน ที่ 16 กันยายน 63| ตรวจ ลอตเตอรี่ งวด 1 พฤศจิกายน 62| ลอตเตอรี่ เฮง| ลอตเตอรี่ 16 ก ค 62| ตรวจ ผล สลาก ล่าสุด| สลาก กิน 16 มิถุนายน 2563| สลากกินแบ่ง 1| ตรวจ ลอตเตอรี่ 1 ธันวาคม| ตรวจ หวย 16 กันยายน 2563 รัฐบาล| ตรวจ ลอตเตอรี่ 16 สิงหาคม| ตรวจ หวย หวย ผล สลากกินแบ่ง รัฐบาล| ตรวจ ลอตเตอรี่ ประจำ วัน ที่ 1 พฤศจิกายน 2562|